Saturday, February 9, 2008

พิเศษ : นิทานอีสป

AdSense

From Wikipedia, the free encyclopedia

Google AdSense, commonly just AdSense, is an ad serving program run by Google. Website owners can enroll in this program to enable text, image and, more recently, video advertisements on their sites. These ads are administered by Google and generate revenue on either a per-click or per-thousand-impressions basis. Google is also currently beta-testing a cost-per-action based service.


นิทานอีสป

นิทานอีสป เป็นเรื่องราวที่รู้จักกันดีของคนค่อนโลก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะผูใหญ่ก็เป็นเด็กมาก่อนและเคยได้ยินได้ฟังนิทานอีสปมาจากผู้ใหญ่ก่อนหน้านั้น

อีสป เป็นใคร จริง ๆ นั้นไม่มีใครรู้แน่ แต่จากการค้นคว้าของนักวิชาการส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเขามีชีวิตอยู่ในสมัยกรีกโรมัน ในยุคที่อาจร่วมสมัยกับพุทธกาล และมีรองรอยว่าเขาเป็นทาส เพราะฉะนั้นเขาคงไม่ใช่คนกรีกหรือโรมัน คงเป็นคนในถิ่นอื่นที่ถูกกวาดต้อนมาเป็นทาส หรือครอบครัวของเขาถูกกวาดต้อนมาเป็นทาสตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เขาจึงพูดภาษากรีกได้ และการที่เขาถูกเรียกว่า อีสป ก็น่าจะบอกได้ว่า เขาไม่ใช่คนกรีก เพราะ อีสป ในภาษากรีก แปลว่าน่าเกลียดหรือเจ้าเล่ห์ คงไม่มีใครตั้งชื่อลูกแบบนี้แน่..... นอกจาก ลูกทาส

นิทานของเขาคงสืบมาจากการเล่าขานในในเผ่าของเขา ซึ่งก็คงเป็นป่าดอย เพราะสัมผัสกับสัตว์และธรรมชาติมากกว่าวัฒนธรรมกรีกโรมันจะขุดไปถึง และวรรณคดีของกรีกโรมันก็เดินไปคนละทิศกับแนวทางของนิทานอีสป ... ความศิวิลัย กับความเรียบง่ายนั้นมาจากคนละแห่ง

ข้อสำคัญก็คือ พวกกรีกได้บันทึกนิทานของเขาไว้และถ่ายทอดกันมานับพันปี

พวกเขาทำอย่างนั้นทำไม ? ....... เพราะเขาชอบและไม่เคยได้ยินมาก่อน

มันเป็นภูมิปัญญาที่เป็นสัจธรรมมากกว่าเทววิทยาของพวกเขา ... และเป็นจริงเห็นจริง

ลองไปศึกษาชาดกในพระพุทธศาสนาดู อาจจะเห็นเงื่อนงำอะไรบางอย่าง

พิเศษ

000820

* เอามือแตะไฟถึงจะรู้ว่าไฟร้อน

พิเศษ : นิทานอีสป : เต่ากับกระต่าย

Aesop

From Wikipedia, the free encyclopedia

Aesop's Fables

Main article: Aesop's Fables

Aesop's Fables or the collection of fables assembled as Aesopica refers to various collections of moralized fables credited to Aesop. "Aesop's Fables" has also become a blanket term for collections of brief fables, usually involving personified animals. The Fox and the Grapes (from which the idiom "sour grapes" is derived), The Tortoise and the Hare, The North Wind and the Sun and The Shepherd Boy and the Wolf (also known as The Boy Who Cried Wolf),The Wolf in Sheep's Clothing, are well-known throughout the world.

French poet Jean de La Fontaine adapted many of the fables.

Russian writers Leo Tolstoy and Ivan Krylov wrote free adaptations of some of his fables.

เต่ากับกระต่าย

เต่าเดินขึ้นจากบึง จะเดินให้ถึงที่ที่จะไป

เดินผ่านเจ้ากระต่าย ที่นอนตีพุง

กระต่ายมองเต่า และยั่วเย้า เต่าหลังตุง

จะไปไหนหรือลุง เดินกันขายุ่งเดี๋ยวพันกันตาย

ดูฉันสิ กระโดดเล่นเล่น เดี๋ยวไม่เห็นฝุ่นลับหาย

ให้ลุงเดินแทบตาย ก็แค่เตาะแตะ เตาะแตะ

เอ้า เรามาแข่งกันไหม ไปให้ถึงที่โน่นแน่ะ

ถ้าใครเป็นผู้แพ้ ต้องเสียผักบุ้งถึงหนึ่ง

ทั้งสองก็เริ่มแข่งกัน ขมีขมันวิ่งตะบึง

กระต่ายกระโดดไปถึง เกือบเส้นชัยสบายใจ

นอนเล่นกระดิกขา รอเต่ามาใกล้ใกล้

แล้วจะกระโดดเข้าเส้นชัย หยามเต่าให้เสียเต่า

ลมโชยโบยโบก กิ่งไม้โยกเบาเบา

กระต่ายนอนรอเต่า ลมโชยเบาเบาจึงหลับไป

เต่าก้มหน้าก้มตา เดินมาไม่หวั่นไหว

ถึงทางจะไกลจะไกล ก็เดินไปอย่างมุ่งมั่น

ข้างหน้าคือเส้นชัย เดินผ่านไปเห็นกระต่ายนอนฝัน

แซงขึ้นหน้าไปพลัน โบว์เส้นชัยนั้น ติดหัวเต่า.

พิเศษ

000822

พิเศษ : นิทานอีสป : สิงโต กับวัวสี่ตัว

Aesop

From Wikipedia, the free encyclopedia

External links

Wikisource has original works written by or about:

Wikisource has original text related to this article:

Wikiquote has a collection of quotations related to:

Wikimedia Commons has media related to:



สิงโตกับวัวสี่ตัว

วัวสี่ตัว เกรงกลัวในราชสีห์

ที่คอยตะปบชีวี ฆ่าวัวนี้ไปเป็นอาหาร

วัวสี่ตัว จึงรวมหัวกันเป็นการ

เราจะอยู่รวมกัน หันหน้าไปสี่ทิศ

สิงโตจะโดดเข้ามา เราจะหันหน้ารวมกันขวิด

เราระวังได้ทุกทิศ รวมกันขวิดเมื่อสิงโตมา

สิงโตก็เผ่นเข้าใส่ หวังได้อาหารภักษา

แต่วัวหันหน้ามา พากันขวิดทุกทิศทุกทาง

สิงโตก็เจ็บเป็น มันจึงเผ่นไม่เห็นหาง

สี่วันหัวเราะไปพลาง ต่างเอ่ยอ้างความเก่งกล้า

เพราะฉันขวิดท้ายมัน เพราะฉันขวิดมันข้างหน้า

เพราะฉันขวิดมันข้างขวา มันเลิกราเพราะฉันขวิดข้างซ้าย

สี่วันก็เริ่มวิวาท หมางบาดว่าใครเก่งกว่าใคร

ทะเลาะกันแตก แยกกันไป ตัวใครก็ตัวมัน

ไม่นานสี่วัวก็สิ้น เป็นลาภลิ้นสิงโตทุกวัน

เมื่อสิ้นความสมานฉันท์ วันทุกวันก็รอแค่ความตาย

พิเศษ

000820

พิเศษ : นิทานอีสป : หมาจิ้งจอกกับนกกระสา

Adsense

From Wikipedia, the free encyclopedia

AdSense

From Wikipedia, the free encyclopedia

Google AdSense, commonly just AdSense, is an ad serving program run by Google. Website owners can enroll in this program to enable text, image and, more recently, video advertisements on their sites. These ads are administered by Google and generate revenue on either a per-click or per-thousand-impressions basis. Google is also currently beta-testing a cost-per-action based service.


หมาจิ้งจอกกับนกกระสา

มีหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ไถเถแกล้งทำใจดี

ขอเชิญกระสาคุณพี่ ขอเลี้ยงสักทีได้ไหม

กระสาพาซื่อ กระพือปีกทันใด

กล่าวขอบอกขอบใจ แล้วพากันไปกินอาหาร

จิ้งจอกยิ้มเจ้าเล่ห์ แลเทซุปใส่จาน

แล้วเลียซุปอย่างเบิกบาน กระสาหน้าม้านกินไม่ได้

ฮะฮะฮะฮะฮา ฮาฮาฮาฮาฮะ

เวลานานผ่านมา กระสาเจอจิ้งจอกอีกที

บอกจิ้งจอกน้องพี่ วันนี้วันดีขอเลี้ยงสักครา

หมาจิ้งจอกดีใจ อยู่อยู่มีลาภปากมา

เดินตามนกกระสา เริงร่าอักโข

กระสาจึงเทซุป ใส่ปุ๊บลงคนโท

ใช้ปากยาวกินได้ทั้งโถ จิ้งจอกหน้าโง่ ยืนน้ำลายไหลยืด

พิเศษ

000820

Aesop

From Wikipedia, the free encyclopedia

Aesop (also spelled Æsop, from the Greek Αἴσωπος—Aisōpos), known only for the genre of fables ascribed to him, was by tradition a slave (δούλος) who was a contemporary of CroesusPeisistratus in the mid-sixth century BC in ancient Greece. The various collections that go under the rubric "Aesop's Fables" are still taught as moral lessons and used as subjects for various entertainments, especially children's plays and cartoons. Most of what are known as Aesopic fables is a compilation of tales from various sources, many of which originated with authors who lived long before Aesop. Aesop himself is said to have composed many fables, which were passed down by oral tradition. Socrates was thought to have spent his time turning Aesop’s fables into verse while he was in prison. Demetrius Phalereus, another Greek philosopher, made the first collection of these fables around 300 BC. This was later translated into Latin by Phaedrus, a slave himself, around 25 BC. The fables from these two collections were soon brought together and were eventually retranslated into Greek by Babrius around A.D. 230. Many additional fables were included, and the collection was in turn translated to Arabic and Hebrew, further enriched by additional fables from these cultures.


นิทานอีสป

นิทานอีสป เป็นเรื่องราวที่รู้จักกันดีของคนค่อนโลก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะผูใหญ่ก็เป็นเด็กมาก่อนและเคยได้ยินได้ฟังนิทานอีสปมาจากผู้ใหญ่ก่อนหน้านั้น

อีสป เป็นใคร จริง ๆ นั้นไม่มีใครรู้แน่ แต่จากการค้นคว้าของนักวิชาการส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเขามีชีวิตอยู่ในสมัยกรีกโรมัน ในยุคที่อาจร่วมสมัยกับพุทธกาล และมีรองรอยว่าเขาเป็นทาส เพราะฉะนั้นเขาคงไม่ใช่คนกรีกหรือโรมัน คงเป็นคนในถิ่นอื่นที่ถูกกวาดต้อนมาเป็นทาส หรือครอบครัวของเขาถูกกวาดต้อนมาเป็นทาสตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เขาจึงพูดภาษากรีกได้ และการที่เขาถูกเรียกว่า อีสป ก็น่าจะบอกได้ว่า เขาไม่ใช่คนกรีก เพราะ อีสป ในภาษากรีก แปลว่าน่าเกลียดหรือเจ้าเล่ห์ คงไม่มีใครตั้งชื่อลูกแบบนี้แน่..... นอกจาก ลูกทาส

นิทานของเขาคงสืบมาจากการเล่าขานในในเผ่าของเขา ซึ่งก็คงเป็นป่าดอย เพราะสัมผัสกับสัตว์และธรรมชาติมากกว่าวัฒนธรรมกรีกโรมันจะขุดไปถึง และวรรณคดีของกรีกโรมันก็เดินไปคนละทิศกับแนวทางของนิทานอีสป ... ความศิวิลัย กับความเรียบง่ายนั้นมาจากคนละแห่ง

ข้อสำคัญก็คือ พวกกรีกได้บันทึกนิทานของเขาไว้และถ่ายทอดกันมานับพันปี

พวกเขาทำอย่างนั้นทำไม ? ....... เพราะเขาชอบและไม่เคยได้ยินมาก่อน

มันเป็นภูมิปัญญาที่เป็นสัจธรรมมากกว่าเทววิทยาของพวกเขา ... และเป็นจริงเห็นจริง

ลองไปศึกษาชาดกในพระพุทธศาสนาดู อาจจะเห็นเงื่อนงำอะไรบางอย่าง

พิเศษ

000820

* เอามือแตะไฟถึงจะรู้ว่าไฟร้อน

พิเศษ : นิทานอีสป

Aesop

From Wikipedia, the free encyclopedia

Aesop (also spelled Æsop, from the Greek Αἴσωπος—Aisōpos), known only for the genre of fables ascribed to him, was by tradition a slave (δούλος) who was a contemporary of CroesusPeisistratus in the mid-sixth century BC in ancient Greece. The various collections that go under the rubric "Aesop's Fables" are still taught as moral lessons and used as subjects for various entertainments, especially children's plays and cartoons. Most of what are known as Aesopic fables is a compilation of tales from various sources, many of which originated with authors who lived long before Aesop. Aesop himself is said to have composed many fables, which were passed down by oral tradition. Socrates was thought to have spent his time turning Aesop’s fables into verse while he was in prison. Demetrius Phalereus, another Greek philosopher, made the first collection of these fables around 300 BC. This was later translated into Latin by Phaedrus, a slave himself, around 25 BC. The fables from these two collections were soon brought together and were eventually retranslated into Greek by Babrius around A.D. 230. Many additional fables were included, and the collection was in turn translated to Arabic and Hebrew, further enriched by additional fables from these cultures.


นิทานอีสป

นิทานอีสป เป็นเรื่องราวที่รู้จักกันดีของคนค่อนโลก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะผูใหญ่ก็เป็นเด็กมาก่อนและเคยได้ยินได้ฟังนิทานอีสปมาจากผู้ใหญ่ก่อนหน้านั้น

อีสป เป็นใคร จริง ๆ นั้นไม่มีใครรู้แน่ แต่จากการค้นคว้าของนักวิชาการส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเขามีชีวิตอยู่ในสมัยกรีกโรมัน ในยุคที่อาจร่วมสมัยกับพุทธกาล และมีรองรอยว่าเขาเป็นทาส เพราะฉะนั้นเขาคงไม่ใช่คนกรีกหรือโรมัน คงเป็นคนในถิ่นอื่นที่ถูกกวาดต้อนมาเป็นทาส หรือครอบครัวของเขาถูกกวาดต้อนมาเป็นทาสตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เขาจึงพูดภาษากรีกได้ และการที่เขาถูกเรียกว่า อีสป ก็น่าจะบอกได้ว่า เขาไม่ใช่คนกรีก เพราะ อีสป ในภาษากรีก แปลว่าน่าเกลียดหรือเจ้าเล่ห์ คงไม่มีใครตั้งชื่อลูกแบบนี้แน่..... นอกจาก ลูกทาส

นิทานของเขาคงสืบมาจากการเล่าขานในในเผ่าของเขา ซึ่งก็คงเป็นป่าดอย เพราะสัมผัสกับสัตว์และธรรมชาติมากกว่าวัฒนธรรมกรีกโรมันจะขุดไปถึง และวรรณคดีของกรีกโรมันก็เดินไปคนละทิศกับแนวทางของนิทานอีสป ... ความศิวิลัย กับความเรียบง่ายนั้นมาจากคนละแห่ง

ข้อสำคัญก็คือ พวกกรีกได้บันทึกนิทานของเขาไว้และถ่ายทอดกันมานับพันปี

พวกเขาทำอย่างนั้นทำไม ? ....... เพราะเขาชอบและไม่เคยได้ยินมาก่อน

มันเป็นภูมิปัญญาที่เป็นสัจธรรมมากกว่าเทววิทยาของพวกเขา ... และเป็นจริงเห็นจริง

ลองไปศึกษาชาดกในพระพุทธศาสนาดู อาจจะเห็นเงื่อนงำอะไรบางอย่าง

พิเศษ

000820

* เอามือแตะไฟถึงจะรู้ว่าไฟร้อน